ภาค ๔
มนต์พิธี
(นมการสิทธิคาถา)
โย จักขุมา โมหะมาลาปะกัฏโฐ, ท่านพระองค์ใด มีพระปัญญาจักษุขจัดมลทินคือ โมหะเสียแล้ว,
สามังวะ พุทโธ สุคะโต วิมุตโต, ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าโดยลำพังพระองค์เองเสด็จไปดีพ้นไปแล้ว,
มารัสสะ ปาสา วินิโมจะยันโต ทรงเปลื้องชุมชน อันเป็นเวไนยจากบ่วง,
ปาเปสิ เขมัง ชะนะตัง วิเนยยัง, แห่งมาร นำให้ถึงความเกษม,
พุทธัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ, ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายนมัสการพระพุทธเจ้าผู้บวรพระองค์นั้น,
โลกัสสะ นาถัญจะ วินายะกัญจะ, ผู้เป็นนาถะ และเป็นผู้นำแห่งโลก,
ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ, ด้วยเดชพระพุทธเจ้านั้น ขอความสำเร็จแห่งชัยชนะจงมีแก่ท่าน,
สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ, และขออันตรายทั้งมวล จงถึงความพินาศ,
ธัมโม ธะโช โย วิยะ ตัสสะ สัตถุ, พระธรรมเจ้าใด เป็นดุจธงชัย แห่งพระศาสดาพระองค์นั้น,
ทัสเสสิ โลกัสสะ วิสุทธิมัคคัง, สำแดงทางแห่งความบริสุทธิ์แก่โลก,
นิยยานิโก ธัมมะธะรัสสะธารี, เป็นคุณอันนำยุคเข็ญคุ้มครองชนผู้ทรงธรรม,
สาตาวะโห สันติกะโร สุจิณโณ, ประพฤติดีแล้ว นำความสุขมาทำความสงบ,
ธัมมัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ, ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายนมัสการพระธรรมอันบวรนั้น,
โมหัปปะทาลัง อุปะสันตะทาหัง, อันทำลายโมหะ ระงับความเร่าร้อน,
ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ, ด้วยเดชพระธรรมเจ้านั้น ขอความสำเร็จแห่งชัยชนะจงมีแก่ท่าน,
สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ, และขออันตรายทั้งมวล จงถึงความพินาศ,
สัทธัมมะเสนาสุคะตานุโคโย, พระสงฆะเจ้าใด เป็นเสนาประกาศพระสัทธรรม ดำเนินตามพระศาสดาผู้เสด็จไปดีแล้ว,
(คือมีสมานฉันท์ในการประกาศพระศาสนา)
โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะเชตา, ผจญเสียซึ่งอุปกิเลสอันลามกของโลก,
สันโต สะยัง สันตินิโยชะโก จะ, เป็นผู้สงบเองด้วย ประกอบผู้อื่นไว้ในความสงบด้วย,
สังฆัง วะรันตัง สิระสา นะมามิ, ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายนมัสการ พระสังฆะเจ้าผู้บวรนั้น,
พุทธานุพุทธัง สะมะสีละทิฏฐิง, ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า มีศีลและทิฏฐิเสมอกัน,
ตันเตชะสา เต ชะยะสิทธิ โหตุ, ด้วยเดชพระสงฆะเจ้านั้น ขอความสำเร็จแห่งชัยชนะจงมีแก่ท่าน,
สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ, และขออันตรายทั้งมวล จงถึงความพินาศเทอญฯ
(นโมการัฏฐกคาถา)
นะโม อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ มะเหสิโน,
ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้แสวงหาซึ่งประโยชน์อันใหญ่,
นะโม อุตตะมะธัมมัสสะ สวากขาตัสเสวะ เตนิธะ, ขอนอบน้อม แด่พระธรรมอันสูงสุดในพระศาสนานี้ ที่พระองค์ตรัสไว้ดีแล้ว,
นโม มะหาสังฆัสสาปิ วิสุทธะสีละทิฏฐิโน, ขอนอมน้อม แด่พระสงฆ์หมู่ใหญ่ ผู้มีศีลและทิฏฐิอันหมดจด,
นะโม โอมาตยารัทธัสสะ ระตะนัตตะยัสสะ สาธุกัง, ขอนอบน้อม แด่พระรัตนตรัย ที่ปรารภดีแล้ว ให้สำเร็จประโยชน์,
นะโม โอมะกาตีตัสสะ ตัสสะ วัตถุตตะยัสสะปิ, ขอนอบน้อม แม้แด่พระรัตนตรัย อันล่วงพ้นโทษต่ำช้านั้น,
นะโมการัปปะภาเวนะ วิคัจฉันตุ อุปัททะวา, ด้วยความประกาศ การกระทำความนอบน้อม อุปัทวะทั้งหลาย จงพินาศไป,
นะโมการานุภาเวนะ สุวัตถิ โหตุ สัพพะทา, ขอความสวัสดีจงมีทุกเมื่อ,
นะโมการัสสะ เตเชนะ วิธิมหิ โหมิ เตชะวา, ด้วยเดชแห่งการกระทำความนอบน้อม เราจงเป็นผู้มีเดช ในมงคลพิธีเถิด,
(มงคลสูตร)
พะหู เทวา มะนุสสา จะ มังคะลานิ อะจินตะยุง, เทวดาองค์หนึ่งได้กราบทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า หมู่เทวดาและมนุษย์มากหลาย,
มุ่งหมายความเจริญก้าวหน้า ได้คิดถึงเรื่องมงคลแล้ว,
อากังขะมานา โสตถานัง พรูหิ มังคะละมุตตะมัง, ขอพระองค์ทรงบอกทางมงคลอันสูงสุดเถิด, พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบดังนี้ว่า,
อะเสวะนา จะ พาลานัง, การไม่คบคนพาล,
ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา, การคบบัณฑิต,
ปูชา จะ ปูชะนียานัง, การบูชาต่อบุคคลควรบูชา,
เอตัมมังคะละมุตตะมัง, กิจสามอย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,
ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ, การอยู่ในประเทศอันสมควร,
ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา, การเป็นผู้มีบุญได้ทำไว้ก่อน,
อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ, การตั้งตนไว้ชอบ,
เอตัมมังคะละมุตตะมัง, กิจสามอย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,
พาหุสัจจัญจะ, การเป็นผู้ได้ยินได้ฟังมาก,
สิปปัญจะ, การมีศิลปวิทยา,
วินะโย จะ สุสิกขิโต, วินัยที่ศึกษาดีแล้ว,
สุภาสิตา จะ ยา วาจา, วาจาที่เป็นสุภาษิต,
เอตัมมังคะละมุตตะมัง, กิจสี่อย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,
มาตาปิตุอุปัฏฐานัง, การบำรุงเลี้ยงมารดาบิดา,
ปุตตะทารัสสะ สังคะโห, การสงเคราะห์บุตรและภรรยา,
อะนากุลา จะ กัมมันตา, การงานที่ไม่ยุ่งเหยิงสับสน,
เอตัมมังคะละมุตตะมัง, กิจสามอย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,
ทานัญจะ, การบำเพ็ญทาน,
ธัมมะจะริยา จะ, การประพฤติธรรม,
ญาตะกานัญจะ สังคะโห, การสงเคราะห์หมู่ญาติ,
อะนะวัชชานิ กัมมานิ, การงานอันปราศจากโทษ,
เอตัมมังคะละมุตตะมัง, กิจสี่อย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,
อาระตี วิระตี ปาปา, การงดเว้นจากบาปกรรม,
มัชชะปานา จะ สัญญะโม, การยับยั้งใจไว้ได้จากการดื่มน้ำเมา,
อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ, การไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย,
เอตัมมังคะละมุตตะมัง, กิจสามอย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,
คาระโว จะ, ความเคารพ,
นิวาโต จะ, ความถ่อมตัว,
สันตุฏฐี จะ, ความสันโดษ,
กะตัญญุตา, ความกตัญญู,
กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง, การฟังธรรมตามกาล,
เอตัมมังคะละมุตตะมัง, กิจห้าอย่าง นี้เป็นมงคลอันสูงสุด,
ขันตี จะ, ความอดทน,
โสวะจัสสะตา, ความเป็นคนว่าง่าย,
สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง, การพบเห็นผู้สงบจากกิเลส,
กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา, การสนทนาธรรมตามการ,
เอตัมมังคะละมุตตะมัง, กิจสี่อย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,
ตะโป จะ, ความเพียรเผากิเลส,
พรัหมะจะริยัญจะ, การประพฤติพรหมจรรย์,
อะริยะสัจจานะทัสสะนัง, การเห็นความจริงของพระอริยะเจ้า,
นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ, การทำพระนิพพานให้แจ้ง,
เอตัมมังคะละมุตตะมัง, กิจสี่อย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,
ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ, จิตของผู้ใดอันโลกธรรมทั้งหลาย ถูกต้องแล้ว ย่อมไม่หวั่นไหว,
อะโสกัง, เป็นจิตไม่เศร้าโศก,
วิระชัง, เป็นจิตไร้ธุลีกิเลส,
เขมัง, เป็นจิตเกษมศานต์,
เอตัมมังคะละมุตตะมัง, กิจสี่อย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,
เอตาทิสานิ กัตวานะ สัพพัตถะมะปะราชิตา สัพพัตถะโสตถิง คัจฉันติ ตันเตสัง มังคะละมุตตะมัง,
เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ได้กระทำมงคลเช่นมงคลเหล่านี้ ให้มีในตนได้แล้ว
จึงเป็นผู้ไม่พ่ายแพ้ในที่ทั้งปวง ย่อมถึงซึ่งความสวัสดีในทุกสถาน ข้อนั้นเป็นมงคลอันสูงสุด ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เหล่านั้นโดยแท้,
อิติ, ด้วยประการฉะนี้แลฯ
(กรณียเมตตสูตร)
กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ, กิจนั้นใดอันพระอริยเจ้า บรรลุบทอันระงับกระทำแล้ว
กิจนั้นอันกุลบุตร
ผู้ฉลาดในประโยชน์พึงกระทำ,
สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ, กุลบุตรนั้นพึงเป็นผู้อาจหาญ และซื่อตรงดี,
สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี, เป็นผู้ว่าง่าย อ่อนโยนไม่มีอติมานะ,
สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ, เป็นผู้สันโดษเลี้ยงง่าย,
อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ, เป็นผู้มีกิจธุระน้อย ประพฤติเบากายเบาจิต,
สันตินทะริโย จะ นิปะโก จะ, มีอินทรีย์ระงับแล้ว มีปัญญา,
อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ, เป็นผู้ไม่คะนอง ไม่พัวพันในสกุลทั้งหลาย,
นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ เยนะ วัญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง,
วิญญูชนติเตียนชนทั้งหลายได้ ด้วยกรรมอันใด ไม่พึงประพฤติกรรมอันนั้นเลย
พึงแผ่ไมตรีจิตไปในหมู่สัตว์ว่า,
สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา, ขอสัตว์ทั้งปวง จงเป็นผู้มีสุข มีความเกษม มีตนถึงความสุขเถิด,
เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ, สัตว์มีชีวิตทั้งหลาย เหล่าใดเหล่าหนึ่งมีอยู่,
ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา, ยังเป็นผู้สะดุ้ง (คือมีตัณหา) หรือเป็นผู้มั่งคั่ง (ไม่มีตัณหา) ทั้งหมดไม่เหลือ
ทีฆา วา เย มะหันตา วา มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา, เหล่าใดยาวหรือใหญ่ ปานกลางหรือสั้น หรือผอม พี,
ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร, เหล่าใดที่เราเห็นแล้วหรือมิได้เห็น เหล่าใดอยู่ในที่ไกลหรือที่ใกล้,
ภูตา วา สัมภะเวสี วา, ที่เกิดแล้ว หรือกำลังแสวงหาภพอยู่ก็ดี,
สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา, ขอสัตว์ทั้งปวงเหล่านั้น จงเป็นผู้มีตนถึงความสุขเถิด,
นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ, สัตว์อื่นไม่พึงข่มเหงสัตว์อื่น,
นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ, อย่าพึงดูหมิ่นอะไรๆ เขาในที่ไรๆ เลย,
พยาโรสะนา ปะฏิฆะสัญญา นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ, ไม่ควรปรารถนาทุกข์แก่กันและกัน เพราะความกริ้วโกรธ และความเคืองแค้น,
มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข, มารดาถนอมลูกคนเดียวผู้เกิดในตน ด้วยยอมพร่าชีวิตได้ ฉันใด,
เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง, พึงเจริญเมตตา มีในใจ ไม่มีประมาณในสัตว์ทั้งปวง แม้ฉันนั้น,
เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง, บุคคลพึงเจริญเมตตามีในใจ ไม่มีประมาณไปในโลกทั้งสิ้น,
อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ, ทั้งเบื้องบน เบื้องต่ำ เบื้องเฉียง,
อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง, เป็นธรรมอันไม่คับแคบ ไม่มีเวร ไม่มีศัตรู,
ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยะโน วา, ผู้เจริญเมตตาจิตนั้น ยืนอยู่ก็ดี เดินไปก็ดี
นั่งแล้วก็ดี นอนแล้วก็ดี,
ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ, เป็นผู้ปราศจากความง่วงนอนเพียงใด,
เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ, ก็ตั้งสติอันนั้นได้เพียงนั้น,
พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ, บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวกิริยาอันนี้ว่า
เป็นพรหมวิหารในพระศาสนานี้,
ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา, บุคคลที่มีเมตตา ไม่เข้าถึงทิฏฐิ เป็นผู้มีศีล,
ทัสสะเนนะ สัมปันโน, ถึงพร้อมด้วยทัสสนะ (คือโสดาปัตติมรรค,)
กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง, นำความหมกมุ่นในกามทั้งหลายออก,
นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ, ย่อมไม่ถึงความนอน (เกิด) ในครรภ์อีกโดยแท้ทีเดียวแล,
* * * * *
พืชมงคลคาถา (พุทธเกษตร)
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น,
สุนิพพุตัสสะ ตาทิโน สัมมาวิรุฬหะธัมมัสสะ สาวะกานัง ปะรัมปะรา,
ผู้เสด็จนิพพานดีแล้ว ยังมีพระคุณคงที่ มีพระธรรมงอกงามโดยชอบแล้ว
เพราะการสืบต่อแห่งพระสาวกทั้งหลาย,
ตัสสะ ปาระมิเตเชนะ, ด้วยเดชแห่งพระบารมี ของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น,
สัทธัมโม อะมะตัปผะโล กิเลสะสันตาปัจจุณเหปิโลเก รูหะติ ฐานะโส,
พระสัทธรรมมีอมตะเป็นผล ย่อมเจริญขึ้นในโลก แม้ท่ามกลางความแผดเผาแห่งกิเลสตามฐานะ,
ตัง โข พุทธัง ภะคะวันตัง สะสัทธัมมัง สะสาวะกัง อะภิวันทิยะ ปูเชตวา,
เราทั้งหลาย อภิวาทบูชาแล้ว (ปฏิบัติบูชา) ซึ่งพระผู้มีพระผู้มีพระภาคเจ้า
ทั้งพระธรรมและพระสาวกนั้น,
สุเขตเต ระตะนัตตะเย โรเปมะ ปุญญะพีชานิ, ชื่อว่าหว่านพืชคือบุญทั้งหลาย ในพระรัตนตรัย อันเป็นเนื้อนาบุญอันดี,
ญาณัสสะ สาธะกานิ โน โลเกทุกขัสสะ โลกัมหา สัมมา นิสสะระณัสสะ จะ,
พืชคือบุญนั้น เป็นเครื่องยังญาณของเราทั้งหลายให้สำเร็จด้วย ยังความทุกข์ในโลกให้สิ้นด้วย ยังความหลีกออกจากทุกข์โดยชอบให้สำเร็จด้วย,
ภาสิตัง พุทธะเสฏเฐนะ สัจจัง, คำสัจอันพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด,
โลกัคคะวาทินา สัทธา พีชัง ตะโป, เป็นอรรควาทีในโลก ได้ตรัสไว้แล้วว่า,
วุฏฐิ ปัญญา เม ยุคะนังคะลัง, ศรัทธาของเราเป็นพืช ความเพียรเป็นฝน
ปัญญาเป็นแอกและคันไถ,
หิริ อีสา มะโน โยตตัง สะติ เม ผาละปาจะนัง, หิริเป็นงอนไถ ใจเป็นเชือก สติเป็นผาลและปฏัก,
กายะคุตโต วะจีคุตโต อาหาเร อุทะเร ยะโต สัจจัง กะโรมิ,
การคุ้มครองกาย วาจา การรู้ประมาณในอาหาร การมีสัจจะเป็นเครื่องตัดใจ,
นิททานัง โสรัจจัง เม ปะโมจะนัง, ช่วยให้เลิกได้เด็ดขาด,
วิริยัง เม ธุระโธรัยหัง โยคักเขมาธิวาหะนัง, วิริยะของเราเป็นหน้าที่การงาน นำให้ถึงซึ่งพระนิพพาน อันเป็นแดนเกษมจากโยคะ,
คัจฉะติ อะนิวัตตันตัง ยัตถะ คันตวา นะ โสจะติ, ไปอย่างไม่เลี้ยวกลับ ไปถึงที่แล้วไม่เศร้าโศก,
เอวะเมสา กูสี กัฏฐา สา โหติ อะมะตัปผะลา, การทำนา ใครทำได้อย่างนี้ ย่อมมีอมตะเป็นผล,
เอตัง กะสิง กะสิตวานะ สัพพะทุกขา ปะมุจจะตีติ, บุคคลทำนาอย่างนี้แล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ ดังนี้แล,
* * * * *
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปฏิทินงานบุญปี 2554
วันขึ้นปีใหม่ 9 ม.ค. 54 วันมาฆบูชา 20 ก.พ. 54
วันสงกรานต์ 10 เม.ย. 54 วันวิสาขบูชา 22 พ.ค. 54
วันเข้าพรรษา 10 ก.ค. 54 วันแม่แห่งชาติ 14 ส.ค. 54
วันสารทไทย 18 ก.ย. 54 วันทอดกฐิน 16 ต.ค. 54
วันพ่อแห่งชาติ 11 ธ.ค. 54
สถานที่จัดงาน: จะมีการกำหนดอีกครั้ง และจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
งานเริ่มเวลา 10.00 น. เป็นต้นไป กิจกรรมนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ขออนุโมทนาบุญกับทุก ๆ ท่านด้วย

Termine und Klosterfeiertage 2011
Des Wat Buddhamongkolwararam, beginn jeweils um 10.00 Uhr.
Neujahrsfest: So 09.01.11 Makhabuscha Fest: So 20.02.11
Songkran Fest: So 10.04.11 Visakhabuscha fest: So 22.05.11
Kao Pansa: So 10.07.11 Mutter tag: So 14.08.11
Saart Thai fest: So 18.09.11 Toat Kathin fest: So 16.10.11
Vater Tag: So 11.12. 11
